53.1 โฮ่ กำลังมาเต็มงายนี้ มีความหวังเยอะเลย ช่วงนี้ต้องออกกำลังกายจิงจังละ ไม่ได้ตั้งใจเองหรอกน้า วิชาเรียนบังคับ อิอิ
จะทำยังงไงดี เมื่อฉันอยากผอม...และดันเป็นริดสีดวงด้วย ถึงเวลาปฎิวัตตัวเอง ซะที ! !!
Saturday, February 28, 2015
Sunday, February 22, 2015
คือมันดี^^
เอาจิง ๆ นะ พอไม่ใส่ใจกับน้ำหนัก มันลงซะงั้น ...เห็นเลขนี่คือ ดวงตาเบิกกว้างงง เลยทีเดียว
และเอา จิง ๆ คือ 1 อาทิตที่ผ่านมา กินเนื้อย่าง 3 วันค่ะ อาราย ยังไง เนี่ย
ออกกำลังกายก็ไม่ได้ออกเลยนะ เจงๆ แต่คิดว่า การกินเยอะขึ้น คงเป็นผลให้ระบบเผาพลาญเร่งการทำงานขึ้นจิง แม่ว่าที่ผ่านมาเรียนได้ว่า ไม่กินข้าว กินแต่กับล้วนๆ พวกแป้งก็มีบางครั้ง พออะลุ่มอะหล่วยไป ตามความอยากที่ยังต้องควบคุม กับข้าวส่วนใหญ่ทำกินเองค่ะ ไม่ใช้บริการนานมาก จนวันนี้ไม่รู้จะกินอะไรเลยลองไปสั่งกะเพราปลามากิน คือน้ำมันเยอะมาก กลิ่นที่รู้สึกติดหัวติดปาก นี่แหละคือเหตุผลสำคัญที่ไปกินตามร้านตามสั่ง เลยขอสรุปเองว่า ที่น้ำหนักลดลงนิสนุงนี้ เป็นเพราะกินเยอะขึ้นช่วงหนึ่งเพื่อหลอกให้ร่างกายเผาพลาญมากขึ้น แล้วก็กินเล็กกินน้อยสลับไป แต่ต้องกินของที่มีประโยชน์ต่อร่างการเท่านั้น ไม่ใช่กินอาหารขยะนะ แต่สามารถกินสิ่งดีที่อยากกินได้มากขึ้น คือทุกวันนี้รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนวิตกจริตอ่ะ จะกินอะไร เดินไปเห็นอะไร ก็นึกอยู่อย่างเดียว "มันอ้วนมั้ยนะ มันกี่แคลลอรี่" คือรู้สึกไม่มีความสุข ถือซะว่าช่วงนี้ให้ตัวเองได้มีความสุขบ้างค่ะ ที่สำคัญจะต้องดูแลริสซี่ยังไงซะก็ต้องเลือกสิ่งที่มีประโยชน์และมีกากใยอาหารทุกวัน ของต้องห้ามยังห้ามแบบเด็ดขาด ถึงขั้นที่คนในครอบครัวพูดว่า "ต้องขนาดนั้นเลยหรอ กินบ้างก็ได้" แต่ไม่ค่ะ ! !! ถ้าไม่เด็ดขาด ชาตินี้ยังไงก็ไม่หาย ถ้าไม่ไปให้หมอผ่าตัด ยังไงก็จะรักษาตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติสักตั้ง ความตั้งใจต้องมาก่อนทุกสิ่ง
ปล. วันนั้นเพื่อนบอก กุ้งก็แสดงกับริสซีนะ คือแบบ 0_0 แล้วกูจะกินอะไรเนี่ย ไก่ วัว ปลาหมึก ก็ผิดนอกจากหมู จะได้กินไรมั้ย T_T อดทน
Tuesday, February 17, 2015
ผ่านมานานเกิ๊นนนน !!
่ขณะนี้ 53.7
เป็นน้ำหนักที่ได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจจริงจิงมาก มีปล่อยบ้าง ด้วยหมูกะทะ ชาบู ....ขึ้นๆลงๆ ในตัวเลขที่ทำให้สับสน งง งวย สี่ห้าวันก่อนน้ำหนัก 55 มาวันนี้มันลงไปได้ไงตั้งโล คืองงงงงงงง ค้าาา ก้อเลยเกิดดการสัณนิฐานว่า น่าจะเพราะช่วงนี้ทำกับข้าวกินเอง พวกต้มจืด จับฉ่าย กินได้หลายวันเลยแหละ ที่สำคัญประหยัดตังค้าา 555 ก้อแบบช่วงนี้บายเนียร์ ค่าใช้จ่ายเยอะแยะเลยละ การลดน้ำหนักเป็นไปแบบละเลยบ้าง แต่ก้อยุในระดับคงที่
ส่วนน้องริสสี่ ก้อยังคงๆ ตัว วันนหนึ่งเผลอเลอไปกินอาหารที่ทำจากวัวไปสามคำ นางกำเริบเลยจ้าาา หลังจากนั้นเริ่มเร่งครัดและฟื้นฟูอีกรอบ ยังคงกินผลไม้ทุกวัน อะไรก้อได้ ขอให้ได้กิน พยายามเข้าห้องน้ำทุกวันตรวจสอบตัวเองตลอดเวววววว
กินยาสมุนไพรได้เดือนหนึ่งพอดีค่ะ กำลังเริ่มเข้าเดือนที่สอง โอเคนะ อบ่างน้อยเรารุสึกมีที่พึ่ง พูดให้คนหลายๆคนฟัง สิ่งที่ตีกลับมาคือ เ้ค้าก้อเป็นริสสี่กันเยอะทีเดียว อายุน้อยๆ เองนะค่ะคุณณณณ คือเดี่ยวนี้ เห็นใครสวยๆ อย่าคิดว่าไม่เป็นริสสีดวงนะค้าาา 5555 เพื่อนหลายคนก้อเปนค่ะ บางคนก้อเพิ่งเริ่มเป็น เรางี้รีบบอกให้ ดูแลูเลย เพราะยังไงซะสุขภาพก้อสำคัญกว่าทุกสิ่ง เปนตัวชี้ถึงคุณภาพชีวิตของเราด้วย คนสมัยนี้อยู่ยากกว่าสมัยปู่ย่าตายายเราจิงๆ เลยยยยบ
Monday, January 26, 2015
สัปดาห์ที่ 2 เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3
ดังนั้นถึงต้องกำหนดไว้เลยว่า แต่ละวันเราจะกินอะไรบ้าง? และต้องคิดอยู่เสมอว่า เราอยู่ในวัยเรียน ฉะนั้นสิ่งที่กินเข้าไปก็จะต้องมีประโยชน์ เพียงพอที่จะทำให้การเรียนแต่ละครั้งร่างกายสามารถใช้สมองได้อย่างเต็มที่ ไม่เหนื่อยจนเกินไป เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่กินน้อยหรือกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยเกินไปในมื้อกลางวัน...ทั้งวิชาที่เรียนช่วงบ่ายใช้เวลาและใช้สมองมาก เรียนไปสัก 2 ชม. เริ่มรู้สึกเพลีย และหิวจนเรียกได้ว่า มือสั่น 0_0 ขนาดนั้นเลยแหละ พอเลิกเรียนต้องรีบหาอะไรลงท้อง ถึงประชุมงานต่อได้ ซึ่งสิ่งที่กินลงไปก็ ขนมขบเคี้ยวดีๆ นี่แหละ ให้พลังงานตั้ง 130 โดยที่ไม่ได้อิ่มท้องออะไร เห็นมั้ยว่า การที่กินไม่เพียงพอจนเกินไป อาจจะทำให้เราได้แคลลอรี่ส่วนเกินที่เราไม่ต้องการมากกว่าการที่เราวางแผนการกินดี ๆ ซะอีก
จ๊ากกกก....ไปประชุมสายแล้ว
แค่นี้ก่อนน๊า
ต่อ ๆ น๊า............การวางแผนก็คือ คิดไว้ว่าเช้า เที่ยง เย็น จะกินอะไรบ้าง? แล้วแต่ละอย่างมันให้พลังงานเท่าไหร่? ที่สำคัญคือ มีอะไรแสลงกับริสซี่รึเปล่า....ไม่เผ็ด ไม่เค็ม ไม่มัน ไม่เนื้อมาก โอเค...รู้แล้วจะกินอะไร อย่างคราว ๆ (เพราะบางครั้งสถานการณ์บางอย่างก็ต้องทำให้เปลี่ยนเมนู เช่น เพื่อนชวนไปกินส้มตำ แต่กินเผ็ดไม่ได้ กินปลาร้าก็ผิด ก็อาจจะปรับเปลี่ยนโดยการกินแอดเซ็ดเซอรี่แทน) สิ่งที่ต้องทำทุกครั้งที่กินคือ บันทึกว่ากินอะไรไปบ้าง ให้พลังงานเท่าไหร่ ลงไปในแอพ ซึ่งก็มีให้เลือกถมเถในแอพสโตร์
เกือบสามสัปดาห์ที่ผ่านมา......สิ่งที่กินก็จะวนเวียนแบบนี้
เช้า......ไข่ต้ม โจ๊กปลา บางครั้งก็กินดีท๊อกโยเกิร์ต มะนาว น้ำผึ้้ง นม
เที่ยง.......อันนี้กินได้เยอะหน่อย เกาเหลา สุกี้ ก๋วยจั๊บ บางทีก็ข้าวจี่อันเล็ก 3 ไม้
เย็น..........กินคล้ายตอนเช้า แต่เบาๆ ลงหน่อย ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น มะละกอ แตงโม ปะเปี๊ยผัก
อะไรเทือก ๆ นี้ กินมันจนเบื่อมากกกกกกกกก.....แต่ก็อดทน
และแน่นอนช่วงแรก ๆ มันก็รู้สึกหิว จนอยากจะเดินออกไปเซเว่นหน้าหอ แต่ก่อนจะถึงเซเว่นนี่สิมันร้านผลไม้ 55555 ดีที่มีร้านผลไม้คั่นไว้ ทุกครั้งที่หิวก็จัดไปเลย "แตงโม" ไม่อ้วนหรอก แถมน้ำเยอะด้วย คือปกติเป็นคนกินน้ำน้อยมาก นี่แหละสาเหตุอย่างนึงของการเป็นริสซี่
ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ 57 ลงไป 55.6 เฮ้ยยยยยย ! !! มันขนาดนั้นหรอว่ะ เมื่อคิดดูอย่างรอบคอบแล้วมันน่าจะมีเหตุผลจาก การฝึกเรื่องการขับถ่าย (ค่อยว่ากัน) และช่วงที่น้ำหนักเยอะ ๆ กำลังจะเป็น ปจด ซึ่งเป็นปกติจะจะบวมน้ำได้ น้ำหนักมันเลยขนาดนั้น แต่มันลงอย่างมีนัยสำคัญขนาดนี้ คือ มันดีอ่ะ 5555 ทีนี้ก็สนุกเลยค๊า ชั่งมันทุกวัน ๆ ขึ้นบ้างลงบ้าง ถามถึงริสซี่ก็เริ่มดีขึ้น ไม่ปวดเหมือนเดิม และในที่สุด
สัปดาห์กว่า ๆ นางลงมา 54.6 ยังไงก็ตามนี่มันก็เป็นน้ำหนักตัวเดิม ที่คงทีมาหลายปี แต่ก็ดีใจแหละมันลง 5555 ก็ยังคงใช้ชีวิตด้วยด้วยความหวาดระแวงเรื่องการกิน และตื่นตัวเรื่องกินยารักษาอยู่ตลอด คือทุกอย่างเป็นเวลาเป๊ะ
เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ลงมาที่ 54.1 เอิ๊กๆ ช่วงนี้ น้ำหนักก็ลง ริสซี่ก็ดีขึ้นกว่าเดิม รู้สึกติ่งยุบลงแล้ว ไม่อักเสบ ไม่เจ็บ รู้สึกดีมาก ๆ เหมือนชีวิตมีค่ากว่าเดิม ส่วนน้ำหนัก 53.9 .8 บ้าง อันนี้ก็แอบกรี๊ดค๊าาาาา
แต่ ๆๆ ๆ พอจะเข้าสัปดาห์ที่ 3 น้ำหนักมันนิ่งซะงั้น ! !! ไม่ลงเร็วเหมือนแต่ก่อน นิ่ง ๆ ๆ ๆ ตอนนี้ยังคง 54.1 เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน คิดยุทุกวัน มันจะลงมั้ยน๊า เลยเริ่มเช็คข้อมูลเรื่องน้ำหนักตัวนิ่งอีกครั้ง เค้าบอกว่ามีเป็นช่วงลองใจ ร่างกายปรับสภาพได้แล้ว มันจำว่าเรากินเท่านี้ เลยใช้พลังงานในการเผาพลาญแค่นี้ แถมยังออกกำลังอีกนะสัปดาห์นี้ ร่างกายยิ่งต้องกับเก็บพลังงานไว้ใช้
ดังนั้น ! ! เลยคิดว่า หยุดออกกำลังงายก่อนละกัน ปรับการกินให้เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย เพื่อให้มันเพิ่มอัตราการเผาพลาญ อันนี้คือมโน ! ! ล้วนๆ มาลองดูกัน.....ต่อไปจะเป็นยังไง
Saturday, January 24, 2015
สวัสดี..บล๊อกของฉัน
เมื่อปลายปีที่แล้วเกิดสำเนียกตนเองได้ว่า "เฮ้ยยย...กู 21 แล้วนิ แก่ ! !!" และที่ผ่านมาก็ได้ฟูมฟักไขมันในร่างกาย จนคิดว่าถึงคราวจะจัดการให้มันเป็นระเบียบซะที ! ! (คิดในใจมาหลายปีละ ปีนี้ละโว๊ยย ย) คือเป็นคนเตี้ยสูงแค่ 157 น้ำหนักปกติทั่วไปอยู่ที่ 54-55 แต่เป็นคนที่เจ้าเนื้อ และตูดใหญ่ม๊วกกกก ดันเอวเล็กนะทินี้ ที่คิดว่าตัวเองอ้วนคือมาจากตูดและแขนขาทั้งนั้น ยังไงก็ตาม ฉันอยากหุ่นเพียว ๆ ลมกะเค้ามั่ง แถมกำลังแก่ ระบบเผาผลาญก็จะต้องไม่เหมือนเดิม กินอะไรไปก็อ้วนง่ายกว่าแต่ก่อนแน่นอน....พอเข้าปีใหม่.....ก็มีการกินสัพเพเหระตามเรื่อง และบอกกับตัวเองว่า "ส่งท้ายปีละกัน" ขณะเดียวกันในแต่ละวันรู้สึกเหมือนน้องริสซี่นางจะไม่สบาย! ! เจ็บๆ แสบๆ และคิดในใจอีกครั้ง...มันก็เป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยวก็หายเหมือนทุกครั้ง...ความคิดนี้เองกลายเป็นจุดพี่คคคคคค......น้องริสซี่นางก็เป็นของนางมาเรื่อย ๆ คือพูดตรง ๆ นางเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ผ่านมาสัก 3-4 ปี การที่นางจะกำเริบบ้างก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่รับได้ ซะงั้น นน >,<
.......ปีใหม่ผ่านไป 5 วัน กลับมาเรียน ขาทั้งสองก้าวขึ้นบนตาชั่ง .....อะจ๊ากกก 57 ขุ่นพระ !! !! ! ถึงเวลาๆ ๆ แล้ว สิ้นสุดซะทีความสุขในการกิน จิงจังโว๊ยยยยย
ขั้นแรก..ดูรีวิวลดน้ำหนักซะหน่อย ใครเขาทำอะไรบ้าง พอดูแล้วรู้สึกว่าแต่ละคนที่รีวิวจะมีพฤติกรรมการกินอาหารขยะซะส่วนใหญ่ พวกน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว แต่ดิฉันไม่กินของพวกนั้นเป็นปกติอยู่แล้ว จะกินบ้างบ้างครั้งสำหรับพวกขนม น้ำปั่น แต่น้ำอัดลมนี่คือไม่แตะ"แล้วกูจะลดยังไงละเนี่ย" ถามตัวเอง
จากนั้นก็นั่งพิจารณา นอกพิจารณา ...ว่าพฤ๖ิกรรมการกินของตัวเองเป็นยังไง ได้ข้อสรุปว่า บางทีก็คินแบบไม่ได้คิดอะไร เวลาเรียนหรือทำงานเหมือนก็จัดพวกน้ำหวาน น้ำปั่น เพราะคิดเอาว่า เออ ก็เสียพลังงาน เติมพลังสมองสักหน่อยจะเป็นไร และมักจะเอาความคิดที่อาจจะมโนว่าตัวเองเหนือย ต้องการารเพิ่มพลังให้ร่างกายเป็นข้อ้างในการกินเสมอ แม้จะไม่ใช่พฤติกรรมที่ทำบ่อยครั้ง แต่แน่นอนว่า ตัวเราเองเป็นคนอ้วนง่าย สันใหญ่ ! ! พฤติกรรมแบบนี้จึงควรตัดออกจากวงจรชีวิตซะ คือถ้าเป็นของมีประโยชน์อันนี้ก็พออนุโลมได้จากการศึกษาวิธีการของคนหลาย ๆ คน ก็มีที่น่าสนใจอยู่ 2 วีธี คือ รีวิวการลดด้วยแตงโม เนื่องจากแตงโมมีแคลอลี่น้อยมาก 1 ลูก แค่ 100 แคลลอรี เท่านั้น ทำให้รู้สึกอิ่มนาน กินได้ตลอดทั้งวัน
และอีกวิธีองคุณจอร์น วิญญู ก็คือการนับแคลอรี่ที่กินเข้าไปแต่ละวัน ไม่ยากม๊างงงง....... คิดว่าลองดูซักตั้ง ไม่เสียหาย
....ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติกับร่างกาย น้องริสซี่ทำไมเจ็บนานกว่าปกติ รู้สึกเริ่มกังวล เพราะเหมือนริสซี่จะผุดขึ้นมาอีกหัวนึง ! ! T_____T ฉันทำอะไรลงไป ไม่น่าชะล่าใจเลย กินอะไรไม่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนปกติ เผ็ด ๆ นี่สู้ไม่ถอด จะแสบตู_ ก็ไม่เห็นจะเป็นไร ชิน ! ผักหญ้าก็กินบ้างไม่กินบ้าง ไม่ได้สนใจ นั่งทำงานไปสิทั้งวี่ทั้งวัน งานไปเสร็จไม่ลุก กินข้าวตอนไหนก็ได้ที่งานเสร็จ ยาจะกินบ้างไม่กินบ้างก็ไม่เป็นไร เอออ...ดูสิพฤติกรรมตัวเองทั้งนั้น ทำร้ายตัวเองมีตั้งหลายปีคิดแล้วก็เจ็บใจตัวเอง เอาไงดีละ ไปหาหมอก็ไม่อยากไป ลองดูอาการอีกสักหน่อยละกัน กลัวได้ผ่าง๊าาาาา T_T รอดูอการไปมา มันก็ยังทรงสองสามวันละ ระหว่างนั้นก็หาข้อมูลการรักษาต้วยตัวเอง จนตัดสินใจที่จะลองซื้อยาตำหรับยี่ห้อหนึ่งมากิน เป็นยาแคปซูน 100 เม็ด 240 บาท กินได้ 16 วัน จากนั้นก็ปรับวิธีการกินของตัวเองซะใหม่
ต้องบอกก่อนว่า การลดความอ้วน และการรักษาริดสีดวง มันไปด้วยกันได้ และไปด้วยกันได้อยากอย่างดี เพราะทั้งสองจุดมุ่งหมาย คือ ต้องการไฟเบอร์กากใยอาหาร ลดน้ำสัตว์ลง กินน้ำเยอะ ๆ ของมันต้องงดเป็นอันขาด นี่คือสิ่งที่ทั้งสอย่างสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ จะแตกต่างกันบ้างที่ของแสลงริดสีดวง ที่ต้องงดปลาร้า (ส้มตำของช๊านนน บ๊ายบาย) เนื้อวัว(กลับบ้านมีอาการตลอด เพราะแม่อยากให้ลูกได้โปรตีนเต็มที่) หน่อไม้ ของดอง ปลาหมึก(ของชอบ แต่ไม่เป็นไรคลอเรสเตอรอลเยอะ งดก็ดี)
จากเหตุการณ์นี้ รู้ซึ้งเลยว่าสำนวนไทย "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" มันเป็นแบบนี้นี่เอง มนุษย์ทุกคนต่างก็กลัวตายและรักชีวิตทั้งนั้น ถึงจะเคยคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ มันฝืนใจเกินไป สุดท้ายพอจนมุม ทุกอย่างจะเป็นไปได้เอง
เอาละ ลดความอ้วน+รักษาน้องริสซี่ เป้าหมายระยะสั้น ! ! ของชีวิต ที่มีผลระยะยาว ฉันต้องทำให้ได้
2 สัปดาห์ผ่านไปแล้ว........
วันนี้พอแค่นี้ดีกว่าเนอะ 5555 เรื่องมันยาวววววววววววววววววววว